Kissing You
So Nyeo Shi Dae


ปล. ~ ปฐมลิขิต
- เอ็นทรี่นี้อาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ปราศจากราคะและตัณหา แต่น้องหนูคนไหนที่อายุไม่ถึง 13 แต่จิตใจเข้มแข็งพอ เชิญค่ะ (อย่างกับว่าเอ็นทรี่นี้มันมืดขนาดนั้น ไม่น้าา)
- เอ็นทรี่นำไปลงสองที่ คือ ที่นี่ กับที่ บล็อกเกอร์ ค่ะ
- ทั้งหมดสองข้อที่กล่าวมา ความจริงก็คือ อยากจะบอกว่า ถ้าเจ้าของบล็อกเขียนอะไรไม่เหมาะสม ก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วกันค่ะ
- เลิฟ~เลิฟ~ ค่ะพี่น้องง~!!
- ......หยุดเถอะ ก่อนที่เอ็นทรี่นี้จะกลายเป็นเอ็นทรี่รวม ปล. บ่น เอิ๊กกส


------------------------------------------------------

เอาล่ะ แทนทาลาแลน~

ยินดีต้อนรับทุกท่านค้า วันนี้ เจ้าของบล็อกได้เจียดเวลาอ่านหนังสือสอบ(แอบชั่ว เหอะๆ)มาอัพบล็อกวันนี้เป็นพิเศษเลยค่ะ เพื่อวันนี้ 14 กุมภา สงครา-- วันวาเลนไทน์ สิคะ
แหม~ แค่พูดหรือนึกถึงคำว่า 'วันวาเลนไทน์' แล้ว หัวใจของใครหลายๆคนแถวนี้คงกระชุ่มกระชวยกันไปพอสมควรเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ
เพราะฉะนั้น วันนี้ เจ้าของบล็อกจึงได้นำเนื้อหาสาระ และเนื้อหา(ไม่ค่อยจะมี)สาระเท่าไหร่มาฝากทุกคนเนื่องในวันแห่งความรักกันค่ะ

เพื่อนๆคะ มาร่วมให้นิยามความรักของตัวเองกันเถอะ กับเอ็นทรี่สุดพิเศษ
Valentine's Day SPECIAL เชี่ยล เชี่ยล เชี่ยลลล~~
"Define Your LOVE รักของคุณเป็นแบบไหน ?"


ให้เสียงภาษาไทยโดย เรียวกุคุง ซาซาเมะ และ มัจฉานุ (เอ่อ...ได้ข่าวว่านั่นมันคนเดียวกันหมด และจะประกาศทำเพื่อ !?)

 

ทุกคนคะ.....
ความรัก.... มันคืออะไรเหรอคะ ?

ชัดช้า~ พิมพ์เองแล้วรู้สึกเสี่ยวชะมัด กร๊ากกกก

 

เอาล่ะ เรื่องของเรื่องก็คือ เพื่อนๆเคยสงสัยไหมคะ ว่าความรัก แท้ที่จริงแล้ว มันคืออะไรกันแน่ ? แล้วความรักที่เรามอบให้กับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ เพื่อน แฟน น้องหมาข้างบ้าน กระถางต้นไม้ริมทาง
(พอๆ เลอะเทอะละ - -) มันคืออะไรกันแน่ ?
เรื่องของเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ นักวิชาการบางท่านก็สงสัยเหมือนที่เราๆสงสัยกันเหมือนกันค่ะ โอ้ว่า ความรักนั้นคืออะไร หลายๆท่านก็ได้ทำการศึกษามาบ้างแล้วเหมือนกัน แล้วเชื่อไหมคะ ? .....เขาศึกษาจนได้ตั้งรูปแบบของความรักออกมากันเลยทีเดียวเชียวค่ะท่าน

ว่ากันว่า ต้นคิดเรื่อง 'รูปแบบของความรัก' นี้ก็คือคุณผู้ชายคนหนึ่งที่มีนามว่า จอห์น ลี (John Lee) ค่ะ
จากการศึกษา เขาได้ทำการกำหนดทฤษฎีรูปแบบของความรักออกเป็น 6 แบบด้วยกันค่ะ รูปแบบแห่งรักทั้ง 6 นี้ยังเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า 'สีสัน' แห่งความรัก (Colors of Love ---แปลตรงไปไหมเรา ?) ที่มนุษย์โลกอย่างเรานำไปใช้สอยในการผูกมิตร เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับคนอื่นๆค่ะ


มาดู รูปแบบของความรัก ทั้งหกกันเลยพี่น้อง

Let's Go~~~!!!



ถึ่งทึงงง !!!

รูปแบบความรักแบบที่หนึ่ง
อีรอส (Eros)


ถ้าใครเป็นคอเทพปรณัมกรีก-โรมัน ก็คงเคยได้ยินชื่อนี้นะคะ 'อีรอส' ถ้าจำไม่ผิดนี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือกามเทพคิวปิด คุณเด็กชายติดปีกที่เที่ยวยิงศรรักปักอกคนนั่นแหละค่ะ
ว่ากันว่า คนที่มีรูปแบบความรักแบบอีรอสเนี่ย เขาเลือกคนที่เขารู้สึกว่า 'โอ้จอร์จ นี่มันใช่เลย' โดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตา ความงามที่ปรากฎเด่นชัดเลยล่ะค่ะ และก็ว่ากันว่าอีกนะคะ ว่าผู้มีรูปแบบความรักประเภทนี้มีโอกาสที่จะ 'ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ' มากกว่าผู้มีความรักรูปแบบอื่นค่ะ

ว่ากันตามตรง อีรอส ก็คือ รักแบบรักโรแมนติกที่เรามักจะเห็นกันทั่วๆไปนั่นแหละค่ะ
ผู้มีความรักแบบอีรอสมีความเห็นว่า การแต่งงาน ก็เปรียบเสมือน การไปฮันนีมูน คือช่วงเวลาโรแมนติกหวานๆกุ๊กกิ๊กที่เพิ่มขึ้นมามากกว่าปกติจากที่เคยเป็นเพียงคนรักกันน่ะค่ะ แล้วก็... (
ให้ตายเถอะ บอกตามตรง เจ้าของบล็อกแปลไปอายไปนะเนี่ยตรงนี้ แง ช่วยด้วย)

เอาล่ะ เจ้าของบล็อกจะทำการเซ็นเซอร์ส่วนนี้นะคะ ใครอยากอ่านคลุมดำเลยค่ะ
ผู้มีความรักแบบอีรอสจะมองว่าการมีเพศสัมพันธ์ คือ กิจกรรมที่แบบว่า...สุดยอดด (อ๊ากกก T[]T)
นอกจากนี้ เขามักจะมีชื่อเล่นน่ารักๆให้กับคนรักของเขาด้วย เช่น 'ที่รัก' 'ยาหยี' 'ดาร์ลิ้ง' บางครั้ง คนที่มีความรักรูปแบบนี้อาจดูเป็นคนโรแมนติกที่ออกแนวเพ้อๆ เหมือนหลุดไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการของตนเองอยู่บ้างในมุมมองของคนอื่นๆอยู่เหมือนกันค่ะ

ข้อดีของความรักแบบอีรอสนี้คือ ความโรแมนติก ค่ะ (อู้วว~) และผู้ที่มีความรักรูปแบบนี้ เมื่ออยู่ในความรักแล้วก็จะรู้สึกเพลิดเพลิน ผ่อนคลายสบายใจ แต่ข้อเสียก็คือ ความรักรูปแบบนี้อาจจะมาในรูปแบบ 'รักง่าย หน่ายเร็ว' สำหรับผู้ที่ไม่มีความมั่นคงพอ และบางทีอาจส่งผลให้ผู้มีความรักแบบสร้างกำแพงปิดกั้นตนเองจากโลกแห่งความจริง และหลงอยู่ในโลกแห่งความฝันก็เป็นได้ค่ะ (โห ฟังดูน่ากลัวจัง = =)


เอาล่ะ ต่อๆๆ...

รูปแบบความรักแบบที่สอง
ลูดุส (Ludus)

บอกตามตรง เจ้าของบล้อกไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าอ่านคำนี้ถูกรึเปล่า เพราะมันมีรากศัพท์มาจากภาษาละติน อาจจะมี อัส อุส เอส อะไรก็ไม่รู้อีกมากมายที่ไม่อาจคาดเดา 555 เอาเป็นว่าเรียนเชิญผู้รู้ช่วยบอกด้วยนะคะว่าเจ้าของบล็อกอ่านผิดรึเปล่าจะได้แก้ ^^
อย่างที่บอกไปแล้วว่า ลูดุส เป็นคำละติน มีความหมายว่า 'การเล่น' หรือ 'ความสนุก' ...ถ้ามองในแง่ของความรักแล้ว ทุกคนคิดว่านี่หมายถึงความรักแบบไหนคะ ?

.
.
.

ปิ๊งป่อง ! ความรักแนวเพลย์บอย คาสโนวี่และคาสโนว่านั่นเองค่ะ !

ว่ากันว่า ผู้มีความรักประเภทลูดุสเขาจะเน้น ปริมาณ มากกว่า คุณภาพ ค่ะ (จ๊ากกก !) ทั้งนี้เป็นเพราะเขารักที่จะมีความสุข สนุกสนานในความรักนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ ยังกล่าวกันว่า ผู้มีความรักแบบนี้สามารถฟื้นตัวจากอาการ 'อกหักรักคุด' ได้เร็วกว่าผู้มีความรักรูปแบบอื่นๆด้วยนะคะ (โหววว)
ผู้มีความรักประเภทลูดุสจะมองว่า การแต่งงาน เป็นเสมือนบ่วง เสมือนกรงขังที่คอยกักกันพวกไม่ให้ไปเสาะแสวงหาความรัก(จากสาวๆและหนุ่มๆ)เพิ่มเติม พวกเขามองว่า บุตร คือ สัญลักษณ์และผลอันเนื่องมาจากการสืบเผ่าพันธ์ของมนุษย์เรา หรือถ้าเป็นในมุมมองของเหล่าชายลูดุส เขาจะมองว่าบุตรคือเครื่องยืนยันความเป็นชายชาติทหารของพวกเขา (อึ๋ยย.. = =)

และแล้วก็มาถึงส่วนเซ็นเซอร์อีกครั้ง ฮ่าๆๆๆ คลุมดำเพื่ออ่านค่ะ
พวกเขายังมองว่าการมีเพศสัมพันธ์ คือ กีฬา การละเล่นที่สนุกสนานสำหรับพวกเขาอีกด้วย
และที่เขาร่วมแจมขอมีส่วนร่วมในกิจกรรมๆนี้ ก็เพราะเขามองว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับพวกเขานั่นเอง (เจ้ยยส์ =[]=)
ข้อดีของความรักรูปแบบลูดุสคือ ผู้มีความรักรูปแบบนี้จะมี ..เซ็นเซอร์ !! ลีลาท่วงท่าที่สุดยอด (กรี๊ดดด =[]=) แต่ข้อเสียก็คือ คนประเภทนี้เขาจะไม่มีศรัทธาในความรักที่มั่นคงและยั่งยืนค่ะ



รูปแบบความรักแบบที่สาม
สตอร์จ (Storge)

 

ถ้าพูดถึงความรักแบบนี้ ต้องพูดถึงเพลงนี้เลยค่ะ
'ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย~ ในความคุ้นเคยที่มี มันแฝงอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น~'
รู้สึกว่าความรักประเภทนี้จะเป็นที่นิยมสูงสุดในวัยรุ่นไทยเราเลยล่ะมั้ง 5555+ มันก็คือ รูปแบบความรักที่ก่อเกิดขึ้นมาจากความเป็นเพื่อนนั่นเองค่ะ (ตรงกับใครหลายๆคนรึเปล่าน้า ? หึๆๆ...)
คนที่มีความรักแบบสตอร์จมักจะเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ และเมื่อมิตรภาพเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นความรักแล้ว ยังคงทนเหนี่ยวแน่นเหมือนกาวตราช้างด้วยนะคะ นะค้า~
แต่ย้ำค่ะ ความรักประเภทนี้มักจะเกิดจากคนที่มีความสัมพันธ์กันฉันท์เพื่อนก่อน แล้วความเป็นเพื่อนนั้นจึงค่อยๆกลายเป็นความรักค่ะ
(เพื่อนก่อนแล้วค่อยรัก ไม่ใช่รักก่อน แล้วเป็นเพื่อน แล้วเป็นแฟนนะคะ)
ผู้ที่มีความรักประเภทนี้มักจะเลือกคู่รักที่มีอะไรคล้ายๆกันค่ะ อย่างเช่น สิ่งที่ชอบ หรือนิสัยใจคอที่เข้ากันได้ค่ะ และเป็นที่ค้นพบกันมาว่า ผู้ที่มีความรักรูปแบบนี้มักจะไม่รู้ตัวค่ะ ว่ามิตรภาพที่มีต่อกัน มันกลายมาเป็นความรักตั้งแต่ตอนไหน ? (อ่าว ซะงั้นเลยนะคนเรา)

พวกเขาเหล่านี้มักจะมองว่าความรัก คือความเชื่อใจระหว่างกันและกันค่ะ เขาจึงพยายามรักษาความเชื่อมั่นในตัวกันและกันให้มั่นคงยืนนาน พวกเขามองว่าการมีบุตรและการแต่งงานคือสิ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ของพวกเขาให้แน่บแน่นหนึบหนับยิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น... ไม่เซ็นเซอร์ !! ในบรรดาผู้มีความรักทุกรูปแบบแล้ว ผู้มีความรักแบบสตอร์จจะให้ความสำคัญกับการมีเพศสัมพันธ์น้อยกว่าผู้มีความรักประเภทอื่นทั้งหมดเลยล่ะค่า (โห น่านับถือนะเนี่ย)

ข้อดีของความรักแบบสตอร์จ ก็คือ คู่รักจะมีความสนิทชนิดซี้ปึ้ก(ก็เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนนี่) แต่อาจจะมีข้อเสียทางด้านถ้าเกิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดเบื่ออีกฝ่ายขึ้นมานะคะ (แต่เจ้าของบล็อกว่ามันก็ไม่เบื่อกันได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ ว่าไหมคะ ?)
รูปแบบความรักแบบที่สี่
พรักมา (Pragma)

 

ว่ากันว่าผู้มีความรักแบบพรักมามักจะเป็นผู้ที่ปราดเปรื่องค่ะ (เอ๋ ?) พวกเขาจะพิจารณาไตร่ตรองอย่างมีเหตุผลและมองในแง่ของความเป็นจริงเป็นหลักในเรื่องของความรัก และสิ่งที่พวกเขาจะได้รับตอบแทนจากคู่รักของเขาค่ะ พวกเขามองหาคุณค่าในตัวคนที่เขารักและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาและคนรักจะสามารถร่วมเดียวกันไปจนถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขากันค่ะ (อื่ม...ฟังดูยิ่งใหญ่จัง)

ผู้มีความรักแบบพรักมามักจะพยายามหลีกเลี่ยงการกระทำที่นำมาซึ่งผลกระทบที่ไม่ดีหรือสร้างความบาดหมางให้แก่กัน และยังพิจารณาถึงราคาค่างวดและผลตอบแทนต่างๆจากการกระทำในความสัมพันธ์ที่มีต่อกันด้วย เพราะฉะนั้น ...เซ็นเซอร์ !!
เขาจึงมองการมีเพศสัมพันธ์ว่าเป็นรางวัลที่เขาสมควรได้รับค่ะ (อื้อหืมม =__='')
เพราะฉะนั้น ข้อดีที่ได้จากความรักแบบพรักมาคือ มุมมองชีวิตที่ยึดถือความจริงที่ควรจะเป็นไปได้เป็นหลักค่ะ(ไม่ละเมอเพ้อฝัน ว่างั้น) อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความรักแบบนี้อาจจะรักโดยใช้สมองไปหน่อย แบบนี้ หัวใจอาจด้านชา ไร้ความรู้สึกที่รักจริงๆต่อคนรักก็ได้นะคะ (เหมือนกับแนว รักเพราะคิดว่าเขาเหมาะสม รักเพราะคิดว่าควรจะรัก แต่ไม่ได้รักเพราะรัก ...งงกันไหมเอ่ย ? 5555+) ระวังกันหน่อยแล้วกันนะ เหล่า Pragmatic Lovers
รูปแบบความรักแบบที่ห้า
มาเนีย (Mania)


 

จะว่าไงดีล่ะ ความรักนี้น่าจะเรียกว่าเป็นความรักแบบ 'ลุ่มหลง คลั่งไคล้' ซะมากกว่ามั้งล่ะคะ เหอๆๆ
โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่มีความรักแบบมาเนียมักจะเป็นคนที่มักจะไม่ค่อยมีความมั่นใจในตนเอง และให้ความสำคัญกับการผูกสัมพันธ์กับผู้อื่นเอามากๆ พวกเขามักจะ 'เทิดทูน' ยกย่องคู่รักของพวกเขาในตำแหน่งที่สูงส่งยิ่งกว่าตนเองและมีความรู้สึกว่า พวกเขา 'ต้องการ' คนรักของเขามากๆ (O.o) ความรัก สำหรับมาเนียทั้งหลายแล้ว หมายถึง การช่วยให้รอดพ้น อะไรทำนองนั้นเลยล่ะค่า
การแต่งงานในมุมมองของผู้มีความรักรูปแบบนี้หมายถึง การแสดงความเป็นเจ้าของ และการมีบุตร อาจจะหมายถึง การแข่งขัน หรือ ตัวแทนที่เป็นเสมือนคนรักของพวกเขา
และ.. เซ็นเซอร์ อีกแล้วค่าาา
คนเหล่านี้เขาจะมองว่าการมีเพศสัมพันธ์ คือ หลักประกันความมั่นคงของความรักด้วยค่ะ
ข้อดีของผู้ที่มีความรักแบบมาเนียคือ เขาจะรักคนรักของเขามาก มาก มาก มาก ม้ากกก แต่ถ้าพูดถึงข้อเสียที่จะเกิดเมื่อไม่ได้ดังใจหวัง อาจจะก่อให้เกิดความอิจฉาริษยา ความต้องการครอบครองเป็นเจ้าเข้าเจ้าของคนที่รักเลยทีเดียว (น่ากลัวค่ะ)
รูปแบบความรักแบบสุดท้ายยย
อเกพ (Agape)

 

เป็นอีกคำที่มั่นใจเลยว่าออกเสียงถูกรึเปล่า แง้~ แต่เอาเถอะ ในรูปแบบความรักทุกรูปแบบแล้ว เจ้าของบล็อกชอบความรักรูปแบบนี้ที่สุดแล้วค่ะ
ความรักแบบอเกพ คือการเสียสละ คือรักบริสุทธิ์ที่ไม่หวังผลค่ะ (ว้าวว) มีการศึกษามาว่า คนส่วนใหญ่ที่มีความรักแบบนี้มักจะเป็นคนที่มีจิตใจสูงส่ง หรือไม่ก็มีความเลื่อมใสศรัทธาแรงกล้าในศาสนาที่เขานับถือค่ะ (โหววว) พวกเขาเหล่านี้มองว่าคนรักของเขา ก็คือ พรอันประเสริฐที่ประสิทธิ์ประสาทมาจากเบื้องบน (อู้ววว) และเป็นบุคคลที่พวกเขาหวังจะดูแล ให้ความเอาใจใส่เป็นที่สุดเลยล่ะค่ะ
คนที่มีความรักแบบอเกพจะมีความมั่นคง ซื่อตรง และซื่อสัตย์ต่อผู้ที่เขารักเพื่อไม่ให้ผู้ที่เขารักคนนั้นเจ็บปวดค่ะ และต่อให้พวกเขาจะเลิกล้มความสัมพันธ์กันไป เหล่าคนที่มีความรักประเภทนี้ก็จะยังรอคอยคนรักของเขาให้กลับมาคืนดีอยู่เสมอค่ะ (อุว้าวว~)
การแต่งงานและการมีบุตรสำหรับพวกเขาแล้ว คือ คำมั่นสัญญาและความไว้วางใจอันศักดิ์สิทธิ์(โอ้ ขนาดนั้น ?) และ... ก็ยังมีเซ็นเซอร์ค่ะ
เขามองว่าการมีเพศสัมพันธ์ เป็นเหมือนกับของขวัญที่เบื้องบนประทานไว้ให้กับคนสองคน (เอ่อ.... อ่านะ =_='')
ว่ากันว่าความรักรูปแบบนี้ไม่มีเงื่อนไขใดๆ และข้อดีที่ได้รับจากคนที่มีความรักประเภทนี้คือ ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนที่เขารักนั่นเองค่ะ (พ่อพระ/แม่พระลงมาเกิดแท้ๆ)

แล้ว.....ไม่มีข้อเสียเลยเรอะ !!?? โอมายก๊อดดด !!! =[]=





น...ในที่สุดก็จบลงไปแล้วนะคะ สำหรับความรักทั้ง 6 รูปแบบในเอ็นทรี่นี้
อยากจะบอกว่า ....ปวดนิ้วชี้สุดยอดเลยค่า (จิ้มพิมพ์ตั้งนานสองนาน เอิ๊กก)
ความสงสัยใคร่รู้ของคนเรานี่น่ามหัศจรรย์จริงๆค่ะ ที่สามารถนำพาพวกเราไปค้นคว้าหาคำตอบในทุกๆเรื่องแม้กระทั่ง ความรัก ^^
แต่อย่างไรก็ตาม ความรัก ก็คือ ความรักค่ะ
เป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่อาจพิสูจน์ให้แจ่มแจ้งแดงแจ๋ได้ 100%
ทั้งนี้ ก็เพราะความรัก มันเป็นเรื่องของหัวใจ ยังไงล่ะคะ ! ^^
จริงอยู่ ที่ความรักอาจจะมีการจำแนกเป็นหลายๆประเภท อย่างที่เห็นที่เจ้าของบล็อกได้บรรยายในเอ็นทรี่วันนี้
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความรักของคุณจะเป็นอย่างไร จะลงเอยในรูปแบบไหน มันก็สุดแท้แต่หัวใจของคุณเองนะคะ
อ่า....และแล้ว วันวาเลนไทน์ปีนี้ก็กำลังจะหมดไปแล้ว ขอฝากข้อเตือนใจทุกท่าน
อย่าให้วันวาเลนไทน์ เป็นเพียงวันเดียวในรอบปี ที่คุณคิดจะมอบสิ่งพิเศษๆ หรือทำความดีเป็นพิเศษให้กับคนที่คุณรัก ย้ำ ทุกคน ที่คุณรัก ไม่ใช่สักแต่ คนรักของคุณนะคะ
ขอให้ทุกๆวันของคุณเป็นวาเลนไทน์แล้วกันค่ะ ขอให้คุณคิดและมอบสิ่งดีๆให้กับคนดีของคุณทุกๆวัน นะคะ

เอาล่ะ ก่อนไป... ต้องทิ้งท้ายด้วย ปล. ฮ่าๆๆๆ

ปล. ~ ปัจฉิมลิขิต

- บทความนี้ เจ้าของบล็อกแปลออกมาจากวิกิพีเดียอีกทีค่ะ ใครสนใจไปดูของจริงสามารถคลิกไปดูได้ ที่นี่เลยค่ะ
- ท่านเวคินคะ ขอตอบแท็กที่ท่านโยนมาหลังสอบเสร็จนะคะ T__T ขอโทษที่เบี้ยวแล้วเบี้ยวอีกจริงๆนะคะ
- รักเป็นเรื่องของจิตใจ อย่าให้วิทยาศาสตร์มาเป็นตัวชี้วัด !
- แต่รักใคร ให้ใช้เหตุผลควบคู่ไปกับหัวใจด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง
- รักกันวันวาเลนไทน์ แล้วอย่าลืมวันแห่งความรักของชาวพุทธ มาฆบูชา ด้วยนะคะ พี่น้อง !
- Waiting for my real Valentine's Day.... the Angel's Valentine's Day ~ [SECRET CODE : 1802]

ไปละค่า~ แล้วเจอกันใหม่วัน Angel's Valentine นะคะ หึๆๆ....

 

edit @ 15 Feb 2008 15:42:11 by RYOKU * |[เหรี่ยวเรี้ยว_เรียวกุ]|

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เหอๆน่าสนใจดีฮับแต่ก็ยังหาของตัวผมเองม่าเจออยู่ดีเหอๆ

#1 By Kinคุง on 2008-02-15 00:45

กรี๊ด~♥
น่ารักทุกรูปเลยอ่า
ชอบผู้ชายตัวสุดท้าย
555+++
อันรองสุดท้ายก้อหน้าตาดีเนาะ
ฮ่าๆ
แต่ยังไงใจเราก้อมีแต่อินุยาฉะ
555+++
สวยมากๆ
ทำนานป่าวอ่ะ?
(ยังจะถามอีกเนาะ - -)

#2 By ~•INUAMI•~ on 2008-02-15 22:06