[สอง.หนึ่งแปด] ชางมิน ชางมิน แล้วก็ชางมิน
posted on 18 Feb 2009 13:13 by ryokukun in Makes-sense, Worksปอลิงหมายเลขหนึ่ง:
เอ็นทรี่ที่ท่านเปิดเข้ามา(ด้วยความตั้งใจหรือหลงผิดไต่ลิ้งค์มาจากที่อื่นก็ตาม)เหมาะสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโรคเปื่อยยุ่ยหน้าจอเพราะทนอ่านตัวหนังสือเยอะไม่ไหว เตือนแล้วนะคะ ว่าเอ็นทรี่นี้ เอิ่ม...ยาวโคตรน่ะเจ้าค่ะ เพราะฉะนั้น ใครที่คิดว่าจะไม่อ่านจนจบแน่ๆก็ปิดลงได้เลยค่ะ เพื่อสายตาของท่านและอนาคตของลูกๆ (...เดี๋ยว อันหลังนี่มันเกี่ยวไหมเนี่ย? = =a)
ปอลิงหมายเลขสอง:
เอ็นทรี่นี้ครอบคลุมแนวคิดหลักของธีมบล็อกปัจจุบัน [Joyful Melancholy] เรียกได้ว่าเป็นเอ็นทรี่หลากอารมณ์ ใครจะอ่าน กรุณาเตรียมตัวรับมือกับอารมณ์เจ้าของบล็อกที่อัดแน่นอยู่เต็มทุกตัวอักษรนี้ไว้ให้ดี เพราะมันค่อนข้างจะแปรปรวนเอามากๆค่ะ (ยิ่งกับหัวข้อที่ค่อนข้างจะเซนซิทีฟนี้ด้วยแล้วล่ะก็...อื้ม พายุขนาดย่อมเลยล่ะค่ะ)
ปอลิงหมายเลขสาม:
เอ็นทรี่นี้อาจจะมีเนื้อหาไม่เหมาะสม สำหรับท่านต่อไปนี้
- เหล่าสาวที่ทนรับด้านมืดของเทพเจ้าไม่ได้
- ผองผู้ทุกหมู่เหล่าที่ทนปริมาณน้ำตาลสูงไม่ได้
และอาจจะอีกหลายๆท่าน แต่เจ้าของบล็อกคิดไม่ออกว่ะค่ะ (เล่นง่ายเนาะ)
เอาเป็นว่า
[โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ]
โอย...อารัมภบทโคตรยาว กว่าจะได้เข้าเนื้อหาประเด็นหลักจะตายก่อนไหมเนี่ย?
ยังไงที่กำลังนั่งพิมพ์ตอนดึกดื่นเทียงคืนอยู่ ณ ขณะจิตนี้ เรียวก็ยังรู้สึกเครียดนิดๆเลยล่ะค่ะ แต่ก็ต้องพิมพ์ออกมาแล้วล่ะเนาะว่า
สุขสันต์วันเกิดค่ะ พี่ชิม ชางมิน

[เออนะ เฮียคะ อายุยี่สิบเอ็ดแล้วแต่แอ๊บซะแบ๊วเลยนะคะ...หะๆๆ...]
โอ้วว พูดออกไปแล้ว
แต่ก็ยังเครียดอยู่ดี ฮ่าๆๆๆ
เป็นปีที่สามแล้วนะ ที่เรียวเขียนเอ็นทรี่ฉลองวันเกิดให้พี่มิน แล้วก็ตั้งแต่เริ่มตั้งใจไว้ว่า ‘เออนะ เราจะติดตามผลงานของคนๆนี้’ จนมาถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 2 ปี 2 เดือน กับอีก 3 วัน พอดี (อนึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2550 ตรงกับวันคล้ายวันเกิดปีที่ 21 ของพี่คิม จุนซูด้วยเน่อ –w-)
สองปี มันก็ไม่ใช่เวลาจะว่ายาวไหม? ไม่ มันก็ไม่ยาว แต่ถ้าจะถามว่าสั้นไหม? ก็ไม่สั้นอีกนั่นแหละ
แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่...สุดๆ อนิยามยิ่งกว่าเอาเลขศูนย์มาหาร
มีทั้งช่วงเวลาที่ทำให้ยิ้มได้สุดๆ แล้วก็ช่วงเวลาที่ตลอดสิบเจ็ดปีที่มีชีวิตอยู่มานี้ไอ้ตัวเรียวไม่เคยเป็นมาก่อนก็มี
[โดยเฉพาะ อีปี 2550 ที่เพิ่งผ่านไปเนี่ย...ฮื้มมม~...สุดๆค่ะ]
คราวที่แล้ว เรียวพูดถึงเรื่องราวความประทับใจครั้งแรกจนเป็นเหตุนำมาสู่การติดตามข่าวคราวอย่างไม่ลดละ
คราวนี้ ในฐานะที่เฝ้าดูคนๆนี้มาตลอดสองปี มันก็คันนิ้วมือยิกๆอยากพิมพ์พูดถึงสิ่งที่ได้จากการเฝ้าสังเกตการณ์ที่ผ่านมาค่ะ
จะเรียกว่าเป็นบทบอกเล่า/วิเคราะห์ชิม ชางมิน อย่างละเอียด ก็น่าจะได้แหละค่ะ
[แหม...เก่งจังนะแก เรื่องเผาคนเนี่ย ไม่เขียนเป็นบทความทางวิชาการไปเลยล่ะหา?]
เอาล่ะ.
ถ้าถามคนอื่นๆที่ไม่ได้ติดตามดงบังฯ/คนอื่นคนทั่วๆไป
คุณคิดว่า...

คุณคนนี้น่ะ (คนนี้แหละ)
น่าจะเป็นคนยังไงคะ?
คนอื่นอาจจะมองว่าพี่มินแกเป็นคนไม่ค่อยพูด (พูดน้อยจริงๆ สังเกตได้เลยเวลามางานอะไรที่ไทย ฮ่าๆ) ดูเงียบๆ ขี้อายๆ ใช่ไหมคะ?
แต่เรียวในตอนแรกคิดว่าคุณพี่คนนี้น่ะ.... โมเอะสุดๆไปเลยล่ะค่ะ!
ผลั่ก! ตุ้บ! โครม! เมี้ยวว!!!
แหม เห็นว่าซีเรียสกันอยู่เลยคลายบรรยากาศนิดๆหน่อยๆ เท่านั้นเองแหละค่ะ
แต่แหม~ แต่ใคร้~ ใครจะไม่คิดอย่างนั้นล่ะคะ ต่อให้เป็นแฟนที่ติดตามเหนียวหนึบตั้งแต่เดบิวท์เลยเอ้า!

หลักฐานมัดตัว: MV เพลง Hug
ใครมันคิดว่าชิม ชางมิน ไม่มีอิมเมจของความเป็นเด็กใสซื่อก็นิมนต์ไปดูกันให้เห็นจะๆอีกทีได้เลยค่ะ
สารภาพบาป เรียวติดพี่มินเพราะความโมเอะของพี่มินนี่แหละ
ก็นะ ยิ้มที ทำท่า ‘อิ๊อ๊างง~’ ทีนะ (เขาเคยทำด้วยเหรอแก อีท่า ‘อิ๊อ๊าง’ อะไรของแกเนี่ย? - -) โอววว... มันชวนให้ตะโกนออกมาดังๆว่า
“โมเอ้~~!!!!” จริงๆนะคะ
แต่แต่แต่แต่!!!
เมื่อเวลาผ่านไปห้าปี สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา
เรียวจะลงภาพคิขุๆของพี่มินให้ได้ซึมซับไว้ในมโนสำนึกกันอีกที
เอ้า ยิ้มค่ะ พี่มิน ยี้~~~~ม

.
.
.
ซึมซับไว้แล้วนะคะ งั้นต่อกันเลย
ว่ากันว่าอิมเมจที่วางไว้ให้กับสมาชิกแต่ละคนในวงตั้งแต่ครั้งที่เดบิวต์ออกมากันตอนแรกนั้นนะคะ
พี่มินของเรานั้นแล ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าของภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มร่าเริงสดใส อินโนเซ็นต์ เปี่ยมไปด้วยพลัง อะไรทำนองนั้น
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่...
ช่วงอัลบั้มโอ พี่มินได้ทำการสารภาพบาป(ฮึๆๆ ฮ่าๆๆ)ครั้งใหญ่ในรายการยาชิมมันมันว่าตนมีความชาญเชี่ยว เชี่ยวชาญในการเสาะหาคลิปวิดีโอประเภท ‘อย่างว่า~’ แบบสุดๆ (แล้วตอนนั้นคุณแม่ของเฮียแกก็นั่งฟังเป็นสักขีพยานอยู่ด้วย กริกรี๊ววว~)
ที่จริงแล้ว ประเด็นนี้เรียวว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากมายหรอกเน่อ
อะแบบว่า เราๆก็รู้กันอยู่ว่ามันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ (โดยเฉพาะมนุษย์วัยรุ่น กรั่กๆ) ที่จะต้องมีความสนใจในเรื่อง ‘อย่างงี้อย่างงี้อ่ะ’ เป็นธรรมดา
ขนาดเรียวเองยังนั่งอ่านฟิควายติดเรทเป็นประจำเลยเน่อ (หมดกัน คนอื่นรู้ซะแล้วว่าเราเป็นสาววาย กร๊ากกก....ว่าแต่ ไม่ใช่ว่าเขารู้ตั้งนานแล้วเหรอ? เอ่อ...)
นอกจากปรากฏการณ์เล่นดังยอนฮาจิกับพี่คิมแจ ในรายการเอ็กซ์แมนแล้ว เรียวว่านี่ก็เป็นวีรกรรมที่มีสีสันที่สุดในปี 50 แล้วนะคะ แต่นะ...แบบว่า พอขึ้นเข้าสู่ปี 2551 อยากจะบอกว่า... เขาแรงมาก แรงมากจริงๆ
ปี 2551 นี่แหละค่ะตัวดีเลย คุณคนนี้อ่ะ ทำวีรกรรมไว้เยอะมาก แสบมากด้วย ทำเอาเรียวนั่งเครียดมาถึงทุกวันนี้เลยล่ะค่ะ
[หรือเพราะเรียวจะโรคจิตเองก็ไม่รู้]
เริ่มจากทัวร์คอนเสิร์ต T เลย! ใครยังจำมุข ‘นับเลข’ ของดงบังฯที่เล่นกันในคอนนั้นได้บ้าง?
มุขนับเลข นี้ สำหรับใครที่ไม่เข้าใจนะคะ เป็นมุขที่ดงบังฯเขายืมมาใช้จากดาราตลกญี่ปุ่นท่านหนึ่ง แนวคิดหลักก็คือ “เวลาที่นับเลขไปถึงเลขๆ หนึ่ง ให้แสดงอาการประหลาดๆออกมา”
อันนี้ ป๊ายุนเล่นมุข ‘พอผมนับเลขถึงสาม ผมจะเลียนแบบท่าทางของบรูซ ลีนะครับ’
อารมณ์ประมาณว่า ‘หนึ่ง...สอง.......อะจู๊ววววว!!! สา~~ม!’
เหมือนว่าจะมีมุข ‘พอถึงเลขสี่แล้วจะเรียกคน’ ด้วย
(อนึ่ง ‘สี่’ ในภาษาญี่ปุ่นพูดว่า ‘ยง (yon)’ ถ้าออกเสียงเพี้ยนๆจะกลายเป็นคำว่า ‘เรียก’ ที่ออกเสียงว่า ‘โยบุ (yobu)’ ได้ค่ะ ...จริงๆไม่มั่นใจว่าถูกร้อยเปอร์เซ็นต์รึเปล่า แต่น่าจะทำนองนี้อ่ะนะ)
พี่คิมแจมาแบบ ‘พอผมนับถึงสามแล้วผมจะกลายเป็นคนเมาให้ดูนะครับ’
‘หนึ่ง...สอง...*ทำท่าเซลงไปนั่งกับพื้น* เอิ๊ก~สา~~ม~’
ก็ยังน่ารักดีค่ะ
พี่คิมเซียเล่นอันนี้เรียวชอบมากค่ะ ‘ผมจะนับเลขแบบที่ให้ความรู้สึกเหมือนหนังผีให้ดูนะครับ’
‘หนึ่ง...สอง... *เหมือนจะมีเสียงเอฟเฟกต์แนว ทึงงง! แล้วพี่เซียเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆว่า* สา...ม...’
พี่เซียเล่นมุข นับเลขแบบ ‘น่ารัก’ สลับกับ ‘คาริสม่า (มีเสน่ห์)’ ด้วย แต่เรียวชอบแบบหนังผีมากกว่า ฮ่าๆๆ
ทีนี้บรรยากาศในคอนเริ่มติดเรท เมื่อ ปาร์ค ยูชอน แสดงเจตจำนงออกมาว่า ‘ผมจะนับเลขแบบเซ็กซี่ให้ดูนะครับ’
ว่าแล้วพี่แกก็ ‘หนึ่ง...สอง...*เอามือลูบหน้าตัวเองแล้วพูดด้วยเสียงโทนต่ำเซ็กซี่* สาม...’ บิ๊กอีสท์นี่กรี๊ดกันสั่นฮอลล์ค่ะ อันนี้เรียวไม่แปลกใจ เพราะชายปาร์คเขาชอบเล่นแนวๆเซ็กซี่ๆอยู่แล้ว
แต่(ไอ้)คุณชิม ชางมินนี่สิ...
‘หนึ่ง...สอง... *ลูบไล้ต้นขาตัวเองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบๆ* สา...มมม...’
กรี๊ดดดด ไอ้พี่มิ้นนนนน ทำอะไรของแกวะ!!!!!????? =[]=
คือ ไม่มีใครคาดคิดไง ว่าไอ้คนเงียบๆหงิมๆอย่างคุณพี่เขาอยู่ๆมาเล่นบทเซ็กซี่ ทำเสียงอิ๊อ๊างชวนให้นึกถึงฉากวายในฟิคอะไรอย่างงี้อ่ะ
แล้วแบบว่าพอเล่นมุขนี้ครั้งต่อๆไป พี่มินเธอดันไปเล่นคู่กับพี่มิค แล้วพี่เซียก็นึกครึ้มมาเล่นด้วยกันอีก
ทำให้ช่วงนั้นเรียวได้ข้อสรุปว่า
ยูมิน (YOOchun x ChangMIN) มีจริง
(ตอนนั้นถึงกับหายเพ้อแจมินไปชั่วขณะเลย กร๊ากกก ยูมินขึ้นสมอง) แล้ว ยูซูมิน (YOOchun x JunSU
x ChangMIN) มีจริง แบบว่าสามพีเลยทีเดียว
เกิดวงจรลูบไล้ลอดใต้หว่างขากันไปกันมาแบบน่าสยดสยองมากๆเลยล่ะ (โอวว นึกถึงที่เขาโหลดให้ดูบนยูทุปแล้วยังหลอนอยู่เลย)
มีภาพนี้เป็นหลักฐานเลยเอ้า

ตอกย้ำกันอีกทีว่า ยูมิน มีจริง ฮ่าๆๆๆ!!!
(หน้าพี่มินแบบอุเคะสุดยอด วะฮ่า!)
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น เรียวก็ยังไม่คิดมากอะไร เพราะบางที พิ่มนเขาคงนึกครึ้มอยากปล่อยแฟนเซอร์วิสให้สาวๆหัวใจ Y (?) กันเล่นๆ แล้วก็พี่เขาก็โตแล้ว จะให้มาทำตัวอินโนเซ็นต์กันจนเป็นนักศึกษาชั้นปีสองปีสามมันก็เข้าขั้นแอ๊บแล้วนี่เนาะ
เรื่องที่ทำให้เรียวเครียดจริงๆเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ดงบังฯออกอัลบั้ม MIROTIC
ว่ากันตามตรงแล้ว เรียวเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง
คือ...เรียวไม่ชอบเวลาพี่ๆเขาแต่งตัวแบบ...เอ่อ...เสื้อคอลึก เห็นไปหมดถึงหน้าอกหน้าใจอะไรทำนองนี้ (เดี๋ยวก่อน หน้าอกหน้าใจนี่เขาใช้กับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ = =) พอมาเจอแบบภาพอัลบั้ม MIROTIC นี่มัน...นะพี่ๆขา... พอจะพยายามเปิดโฟโต้บุ๊คที่ได้มากับอัลบั้มเพื่อไปดูเนื้อเพลงอะไรอย่างงี้เนี่ย พอเปิดหน้าแรกๆต้องรีบพลิกผ่านไปให้เร็วที่สุด (จริงๆนะ...) ยิ่งตอนโชว์มิโรติคงานส่งท้ายปี Gayo Daejun นี่ยิ่ง อึ๊....เรานี่มันโรคจิตจริงๆซะด้วย
จะผิดกันกับตอนที่เห็นพี่มินยิ้มโมเอะ โลกจะเข้าสู่โหมดอิ๊อ๊าง สดใส เจิดจ้า
แต่เจอฉากกระชากเสื้อนี่...แทบจะล้มโต๊ะกันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ...
ถึงความจริงแล้ว ได้ฟังมาว่า ‘ที่อิมเมจดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ก็เพราะอยากจะสลัดภาพลักษณ์ของคำว่า ‘บอยแบนด์’ ออกไป แล้วให้คนยอมรับในฐานะ ‘ศิลปินกลุ่ม’ มากกว่า’
และถึงเรียวจะรู้สึกเป็นการส่วนตัวว่าอัลบั้มนี้ทำเพลงออกมาได้ดีกว่าอัลบั้มสามมากๆก็เถอะนะ
พี่ๆคะ... ติดกระดุมเสื้อกันมั่งเถอะค่ะ เรียวขอ
(ฮ่าๆๆ)
เพราะไอ้ความที่ ดงบังฯ‘เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น’ แน่นอนว่าแฟนๆที่ติดตามก็ต้องเติบโตขึ้นเหมือนกันทั้งอายุ วุฒิภาวะ และอะไรเทือกๆนั้น พี่ๆเขาก็เลยเหมือนกับว่าจะค่อยๆปลดปล่อยตัวเองออกมาจากอิมเมจที่เคยถูกวางไว้ แล้วเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
จนถึงตรงจุดนี้ พี่มินถึงได้สารภาพความจริงว่า พี่มินเคยมีแฟนมาก่อน
โอ้...ตอนที่เรียวรู้ตอนแรก เรียวพูดไม่ออกเลยล่ะค่ะ
เพราะเรียวเชื่อรอยยิ้มนั่น เชื่อภาพลักษณ์ที่ดูบริสุทธิ์นั่น แล้วอาจจะเป็นเพราะเรียวยึดติดกับภาพนั้นมากเกินไป
พอมาเจอพี่มินบอกว่า ‘เคยมีแฟนมาก่อน’ ทั้งๆที่แต่ก่อนจะพูดว่า ‘ผมไม่เค้ย~ไม่เคยมีแฟน’ ก็เลยเหมือนถูกตบเลยล่ะค่ะ
(เวอร์ไปไหมแก)
ห้าปีเชียวนะคะ ห้าปีเลยทีเดียวเชียวนะคะ...
เรียวไม่ได้เจ็บใจหรือประมาณว่า เกิดอารมณ์หึงหวงอะไรทำนองนี้หรอก (ก็เขาบ่จ้ายคนของเฮานี่หว่า) แต่ในตอนนั้นรู้สึกไม่เข้าใจมากกว่า ว่าทำไมต้องโกหกด้วยนะ อีแค่เรื่องมีแฟนเนี่ย
ไม่ใช่ว่า ‘อ๋อ...ดงบังชินกิเหรอ? ชิม ชางมิน เหรอ? น่ารักจัง...แต่อ้าว มีแฟนแล้วนี่ ชิ...ไม่ชอบแล้ว’ ซะหน่อยนี่นา = =
ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องปิดบังน้า ถ้าจะบอกว่าเคยเป็นแฟนกับใครก็น่าจะบอกไปตั้งแต่เดบิวต์ไปเลยก็ได้นี่หว่า
(ได้ข่าวว่าพี่เขามีแฟนตอนช่วงอัลบั้มไรซิ่งซันอ่ะนะ)
ว่ากันว่า ส่วนตัว ถ้าให้เลือกแล้ว ชิมมินไม่อยากโกหกหรอกนะ
แต่ดูเหมือนว่าคุณ ลี ซูมาน เจ้าของค่ายเพลงเขาอยากจะให้ชิมมินรักษา ‘อิมเมจ’ ที่ ‘ใสซื่อ บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา’ นั้นเอาไว้ แล้วค่อยบอกกันตอนที่เวลาผ่านมาได้ซักพักหนึ่ง แล้ว
....อะไรทำนองนั้น...
ล่าสุดก็มีบทสัมภาษณ์จากนิตยสาร GQ ที่ทำเอาพ่อหนุ่มชิมมินของเราๆกลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ กระทู้ดงบังในซุมปิ อยู่หลายหน้า
ก็จะไม่ให้อึ้งได้ยังไง...พี่แกดันตอบไปว่าพี่แก ‘ดื่ม’ ด้วยแหละ

พี่เขา ดื่ม
ดื่ม
ดื่ม
[เปิดเพลง Rainism ท่าจะเข้ากับภาพข้างบนนี้แฮะ แบ๊ดบอยยย~ แอม กอนนา บี อะ แบ้ดดบอยยย~ ]
นอกจากนั้น พี่แกยังได้อธิบายสาเหตุที่แท้จริงที่ร้องไห้ในงาน MKMF ปีที่แล้วด้วย
ได้ความว่า ‘พอดีว่าผมนึกถึงแฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้วน่ะครับ ก็เลยร้องไห้’
.
.
.
เย้~ ช่างเป็นคำตอบที่ เอ่อ... คาดไม่ถึงอะไรอย่างงี้
ขอบคุณค่ะ ทำเอานังเรียวเครียดไปเลยนะ คืนคืนนั้นที่เห็นน้ำตาของคุณน่ะ
เผลอคิดไปว่า ‘เพราะคุณเป็นคนที่ทำอะไรแล้วคาดหวังสูง พอได้รางวัลอัลบั้มแห่งปีก็เลยโล่งอก ตื้นตัน อารมณ์ประมาณว่า กูทำได้แล้วโว้ยยย ก็เลยปี่แตก’
เฮะ...สรุปว่าไม่ใช่สินะคะ...
แล้วไอ้เรื่องที่ชอบดื่ม ได้ข่าวว่าแต่ก่อนคุณบอกว่าคุณน่ะ ‘คออ่อน’
แต่ไหงภาพในนิตยสารถึงกลายเป็นภาพของคุณที่กำลัง ‘ดื่ม’ อยู่ล่ะ? ได้ข่าวว่าแรงซะด้วยนะ ไอ้เครื่องดื่มนั่นน่ะ
...เรียวเครียดไปสามวันเต็มๆ เพราะเรื่อง ‘ดื่ม’ ของเขาแหละค่ะ.
บางคนอาจจะไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่เรียวไม่ชอบผู้ชายที่ดื่มเท่าไหร่น่ะค่ะ (จะเรียกว่ามีอคติก็ได้)
ชิม ชางมินเนี่ยน้า
พอได้รื้อเรื่องพวกนี้กลับมานั่งเขียนเป็นเอ็นทรี่แล้ว ชักเกิดอารมณ์อยากยืนชี้หน้าเขาแล้วพูดว่า ‘แก....แก....แก๊~~!!!’ จริงๆ
แล้วพอกลับไปดูเอ็นทรี่ของปีที่แล้ว
เหมือนจะคนละอารมณ์กันอย่างรุนแรง แล้วก็สะอึกกับไอ้ที่เขียนไว้หลายๆอย่างเหมือนกัน
แต่เพราะได้กลับไปอ่าน แล้วนั่งคิดไปเรื่อยๆล่ะมั้ง ถึงทำให้เรียวคิดได้ว่า
เออนะ ถึงดงบังชินกิ จะแปลว่า ‘เทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก’
พวกเขาทั้งห้าคนก็ยังเป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเราทุกคนอยู่ดี
ชิม ชางมิน ก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ดี
พอคิดดูดีๆ...
ถ้าชิมมินบอกไปตั้งแต่แรกว่ามีแฟน บางที แฟนสาวคนนั้นของพี่มินอาจจะอยู่ในสภาวะไม่ปลอดภัย(จากเงื้อมมือแคสเกาหลี = =)ก็ได้
ส่วนเรื่องดื่ม ...เอ่อ...เขาไม่ได้ถึงขั้นดื่มเหล้าต่างน้ำนี่นาแก ไม่ใช่ alcoholism ซะหน่อย คงจะดื่มบ้างตามเทศกาลล่ะมั้ง
แล้วก็ไม่ผิดอะไร ถ้าจู่ๆจะนึกถึงแฟนเวลารับรางวัลนี่
เพราะเวลาเราประสบความสำเร็จอะไร เราก็จะชอบนึกถึงคนที่มีส่วนให้กำลังใจเราจนมาถึงจุดๆนี้ได้
แล้วแน่นอน แฟน ก็คือกำลังใจที่สำคัญคนหนึ่ง
ถ้ามองแบบนั้น มันก็ไม่แปลกอะไร
ที่จริง น่าสงสารพี่มินด้วยซ้ำ
ใครนะ ช่างใจร้ายใจดำ หักอกชิมมินผู้น่ารักคนนี้ได้ลงคอ ?...เฮ้อ
พอคิดได้อย่างงี้ถึงกับรู้สึกผิดเลยล่ะค่ะที่เคยไปเปรียบเขาว่าเป็น ‘เทวดา’ ตามความหมายชื่อของเขา
ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเป็นมนุษย์ ที่รู้จักโลภ รู้จักโกรธ รู้จักหลง เหมือนกับเราๆ
เรียวรู้สึกผิดที่ยึดติดกับภาพลักษณ์ที่เป็นดั่ง ‘เทวดา’ ของพี่มิน แล้วคาดหวังจะให้พี่มินเป็นอย่างนั้นได้จริงๆ
ทั้งความคิดที่ว่า เราเองก็ไม่เลวนะ รู้จักเขามาตั้งสองปีกว่าๆแล้วนะ! ก็หายไปหมดแล้วล่ะค่ะ
ความจริง เรียวไม่รู้จักชิม ชางมิน แม้แต่นิดเดียวเลยล่ะมั้ง
ไม่แน่ บางที ทุกอย่าง ทุกๆอย่างเลยที่ออกมาจากปากเขาจนถึงทุกวันนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องโกหกหมดเลยก็ได้
แต่เรียวก็ยังหวังนะ
บางที พี่มินที่เรียวรู้จัก....อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เรียวคิด
แต่ก็ยังอยากจะเชื่อนะ.... ว่าพี่มินเป็นอย่างที่เรียวคิดและเข้าใจ
อยากจะเชื่อมากๆ... ว่าพี่มินเป็นคนที่น่ารักอย่างที่เรียวคิดเอาไว้
เรียวเชื่อว่าพี่มินเป็นคนดี อย่างที่ใครเขาว่าเอาไว้จริงๆ ^^
ปีที่แล้วเรียวเขียนไว้ว่าอย่างนี้
แล้วตอนนี้ก็เหมือนได้พิสูจน์มาแล้วล่ะ ว่า อืม... เขาไม่ใช่อย่างที่เราคิดจริงๆ
แต่เรียวก็ยังอยากจะเชื่อ
อยากจะเชื่อมากๆ... ว่าพี่มินเป็นคนที่น่ารักอย่างที่เรียวคิดเอาไว้
ต่อให้ตอนนี้อาจจะไม่เหลือเค้าให้เชื่อว่าอย่างนั้น แต่ก็อยากจะเชื่อว่า ‘คนที่น่ารัก’ คนนั้นยังอยู่ลึกๆในใจที่ปิดฝา ห่อซ้ำ แล้วเคลือบด้วยบุคลิกร้ายลึก ขวานผ่าซากไม่เกรงใจใครอยู่
พี่มินทำอะไรไว้ได้แสบเยอะมาก
แล้วเราไม่เข้าใจ ก็เลยเข้าใจผิด
เพราะเราไม่ใช่เขา
เพราะเราไม่ได้รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว
เพราะเราไม่ได้ยืนอยู่ ณ ตำแหน่งเดียวกับเขา
และที่สำคัญ เพราะเราไม่ใช่แม่เขาซะด้วยนี่นะ (ชะอ้าว...)
แต่เพราะเป็นอย่างงั้นล่ะมั้ง
ถึงได้อยากรู้จักเขาให้มากขึ้น
อยากรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
อยากรู้ว่าเขาลำบากใจเรื่องอะไรอยู่รึเปล่า
อยากเข้าใจเขาให้มากกว่านี้
แล้วยิ่งรู้สึกอยากที่จะ....อื้ม....ปกป้องเขาเนอะ
(เรียวโรคจิตรึเปล่า ที่เวลารู้สึกอย่างนี้กับใครแล้วอยากเป็นฝ่ายปกป้องเขา? ไม่แปลกใช่ไหมคะ? ฮะๆๆ...)
เพราะเราไม่อยากเห็นเขาทำหน้าบึ้ง
ไม่อยากเห็นเขาอารมณ์ไม่ดี
ไม่อยากเห็นเขาร้องไห้ (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามอ่ะนะ)
แต่อยากเห็นเขายิ้มที่สุดเลยค่ะ

เพราะเวลาเขายิ้มแล้วเขาดูโมเอะมาก (มันยังไม่เลิกค่ะ
=
=)
เพราะมีการวิจัยออกมาแล้วว่า ความสุขติดต่อกันได้ ถ้าคนๆหนึ่งมีความสุขแล้ว มีโอกาสสูงมากที่คนรอบข้างจะมีความสุขด้วย
[จำมาจากข้อสอบไฟนอลเชียวนะคะ]
ถามว่าเกี่ยวไหม? เกี่ยวค่ะ
เพราะเรียวอยากมีความสุขไงคะ

ถึงความสุขของเรียวจะขวานผ่าซากนิดๆ ตอแหลหน่อยๆ
แถมยังตาไม่เท่ากันเวลายิ้มอีก
ผลั่ก! ตุ้บ! แอ่ก!
แต่เขาก็ดูจะเป็นคนปากร้ายใจดี (ซึนเดเระรึเปล่าเนี่ย? ฮุๆๆ) เก๊กเป็นผู้ใหญ่เกินตัวไปงั้นแต่จริงๆก็ยังรักสนุกแบบเด็กๆ และมีความตั้งใจเกินร้อย (ร้อยไม่ร้อยไปดูกันจะๆได้เลยเวลาแสดงสด ฮ่าๆๆ) นะคะ!
แต่ถ้าไม่อวยพรวันเกิดให้เขาก่อน คงจะไม่มีความสุขเป็นแน่แท้
เอาเป็นว่าแจกศีลแจกพรกันเลยแล้วกัน
Happy Birthday, Changmin Oppa.
You have done a lot of things last year,
And you could never imagine how I feel about that.
However, those things don’t really matter now.
In fact, I would have to thank you,
For opening my eyes and make me see not only the things I wanted see.
If it wasn’t because of you, I would surely never grow up and face what we call ‘reality.’
You said that you and your hyungs are growing up day by day.
I am also growing up along with you all.
Even though there were hard times, I am still glad that I’ve known such a wonderful person like you.
I am not going to announce you as the love of my life, but you made me know how wonderful it feels when we want to protect someone from both physical and mental pain and wish someone the greatest happiness they could imagine.
I am also not going to say that you are my life, but life would have been pretty much duller if you weren't here, messing in my brain xDD
I am going to stop saying thank you and list down what makes me feel thankful
about you know, because I would probably end up creating a never ending list.
Once again, happy birthday.
May your heart, mind and soul remain strong no matter what happens
May all of your wishes come true.
If there’s anything you need, may it come, flying straight into your hands.
Have fun with your career and find yourself a super-duper fantastic girlfriend.
(Well, whoever she will be, she sure is lucky haha)
May you always be everyone’s beloved Changminnie
And may your smile be eternally beautiful.
สุขสันต์วันเกิดเด้อมินโอปป้า
ปีที่แล้ว พี่มินสร้างวีรกรรมไว้เยอะเหลือเกินนะคะ
และพี่ก็คงนึกไม่ออก (และก็คงจะไม่นึกจะนึกถึง) ว่าเรียวปรี๊ดแตกแค่ไหน ฮ่าๆๆ
แต่อะไรที่ผ่านไปแล้วก็แล้วกันไปแล้วกัน
ความจริงแล้ว เรียวต้องขอบคุณพี่ด้วยซ้ำนะ
ที่ช่วยเปิดหูเปิดตาเรียว ไม่ให้เรียวได้เห็นแต่ในสิ่งที่อยากเห็น
ถ้าไม่ได้พี่เนี่ย บางทีเรียวอาจจะกลายเป็นไอ้เด็กบ้าที่ไม่รู้จักโต แล้วก็คงอยู่แต่ในจินตนาการเพ้อฝันของตัวเอง
พี่บอกว่าพี่กับพี่ๆของพี่เติบโตขึ้นทุกๆวัน
เรียวเองก็เติบโตขึ้นเหมือนกันนะ
ถึงระหว่างนั้นจะมีช่วงเวลาที่แย่ๆบ้าง แต่เรียวก็ดีใจที่ได้รู้จักบุคคลที่เจ๋งสาดดด!แบบพี่
จะไม่บังอาจบอกว่าพี่มินคือ ‘สุดที่รัก’ แต่พี่มินก็ทำให้เรียวได้รู้ว่ามันวิเศษแค่ไหนเวลาที่คนเรารู้สึกอยากจะปกป้องใครซักคนหนึ่งจากความเจ็บปวดทั้งหลายแหล่ที่ทำร้ายทั้งกายและใจ และมันรู้สึกดีแค่ไหนเวลาที่คนเราหวังอยากให้คนหนึ่งๆมีความสุขที่สุดเท่าที่เราจะจินตนาการออกมาได้
จะไม่ขอบอกว่าพี่มินคือ ‘ชีวิต’ เพราะแน่นอน ขาดพี่เรียวไม่ตาย แต่โลกคงจะจืดชืดไร้สีสันมากกว่านี้เยอะ ถ้าไม่มีพี่มาวิ่งป้วนเปี้ยนป่วนสมองเรียวอยู่ทุกวันนี้
และเรียวคงต้องเลิกพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ แล้วเลิกบอกสิ่งที่ทำเรียวรู้สึก ‘ขอบคุณ’ พี่ซักที ไม่อย่างนั้น เอ็นทรี่นี้จะยาวยิ่งกว่าสามก๊กฉบับสมบูรณ์เป็นแน่แท้
สุขสันต์วันเกิดกันอีกค่ะ
ขอให้สุขภาพกาย และสุขภาพใจแข็งแรงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนะคะ
คิดอะไรไว้ก็ขอให้สมหวังทุกอย่าง
ถ้านึกอยากได้อะไร ก็ให้ได้มาแบบนึกปุ๊บ มีบริการส่งถึงมือปั๊บเลยะนะคะ
ขอให้สนุกกับอาชีพการงานของพี่ให้มากๆ แล้วอย่าลืมหาแฟนน่ารักๆให้ได้นะ
(เอ่อ... เธอคนนั้นจะเป็นใครเรียวไม่รู้ รู้แต่ว่าโชคดีชะมัดเลย ฮ่าๆๆ)
ขอให้พี่เป็น ‘ชางมินนี่’ ที่รักของทุกคน และมีรอยยิ้มที่น่ารัก กินใจ และโมเอะตลอดไปค่ะ (เอิ๊กกก)
ถึงเวลาอันสมควรสาดแฟนอาร์ตแล้ว
-ของแถม-
ชางมิน เวอร์ชั่น จี๊ จี๊ จี๊ จี๊ เบ่บี่ เบ่บี่ เบ่บี่
*ถ้าบ้าพลังพออาจจะทำออกมาให้ครบชุดห้าคน กร๊ากกกก*
เอ็นทรี่ปีนี้สุดอวัยวะเบื้องล่างจริงๆ
ชักสงสัยแล้วสิว่าเอ็นทรี่ปีหน้าจะเป็นยังไง (อันนี้มีความแปรผันตรงกับพฤติกรรมของชิม ชางมินในปีนี้ล่ะนะ 555)
เอาล่ะ จบแล้วๆ จบซักทีกับสิบสี่หน้ากว่าๆในไมโครซอฟท์เวิร์ด
(มันเยอะมากๆเลยล่ะจอร์จ ขอคารวะทุกๆคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ได้ พวกคุณแน่มากกก)
ขอทิ้งท้ายด้วยข้อความที่เรียวส่งไปกับหนังสือโปรเจ็คท์ Shim Changmin, You’re My Melody ของทางบอร์ด CMThailand หน่อยก็แล้วกัน
[มันไปถึงมือพี่มินแล้ว และหวังว่าพี่มินจะอ่านแล้วเก็ทมุขเรียว กร๊ากกกก]
Oppa, in your opinion, what kind of love do you think is a CRAZY LOVE?
Is it the kind of love that makes me fall deep into my very own MAZE of mind, when I could still smile brightly like the FLOWER LADY I know next door, even if I got badly embarrassed for trying to call my friend but ended up dialing the WRONG NUMBER? Or is it the kind of love that makes my boring day become colorful like a RAINBOW, just because I happened to walk pass a mall and saw A PICTURE OF YOU?
…Well, that doesn’t really matter anymore. Whenever you’re down, feeling like you’re alone in the middle of a FORGOTTEN SEASON, or chilling cold like falling in LOVE IN THE ICE, DON’T CRY MY LOVE. Please smile, even in the saddest days.
I know I’m not a really good person, as people always ask me ‘ARE YOU A GOOD GIRL?,’ but since YOU ARE MY MELODY and HEY! YOU NEVER BRING ME DOWN, so in return, I will always be your PARADISE, WISHing for you to be happy forever and ever.
Although I know that nothing lasts forever,
And someday we’ll be crying, singing ‘LOVE BYE LOVE,’
Please DON’T SAY GOODBYE for now.
Even if all of this were just a dream,
Just let me sleep like this a little bit longer.
ปอลิง: มีการดัดแปลงจากของเดิมบ้างเล็กน้อย
ปอลิงสอง: ใครอยากเข้าใจมุก จิ้มโลด
หวังว่าปีหน้าเรียวจะกลับมาเขียนเอ็นทรี่นี้ใหม่เน่อ =)
สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ
แบบฝึกหัดท้ายบท: จงเติมคำลงในช่องว่าง – สองปีxความสุขxกลัวxความจริงxเรียกว่า___ได้ไหมนะ?

